ใส่ขันดอก อินทขิล บูชาดอกไม้ธูปเทียนที่วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่
ใส่ขันดอก อินทขิน ที่วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ ประเพณีเข้าอินทขิล คือ การทำพิธีสักการบูชาเสาหลักเมืองเสาอินทขิล ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ เป็นที่สักการบูชา ถือว่าเป็นที่รวมของวิญญาณของคนเมืองเหนือและบรรพบุรุษ จึงถูกยกย่องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง
ข้อมูลประเพณีเข้าอินทขินวัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่
เสาอินทขีล ซึ่งเป็นหลักเมืองของนครเชียงใหม่นี้ตั้งอยู่ภายในวัดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วัดนี้เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา ซึ่งเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์มังราย สร้างอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่
ชาวเชียงใหม่มีความเชื่อว่า เมื่อสักการบูชาเสาอินทขิลแล้ว บ้านเมืองจะพ้นภัยพิบัติและมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น จึงเป็นประเพณีสักการบูชามาตราบกระทั่งทุกวันนี้
สำหรับกำหนดงานพิธีบูชาเสาอินทขิลนี้ จะมีในช่วงปลายเดือน พฤษภาคม ของทุกปี ในวันประกอบพิธี พวกชาวบ้านชาวเมืองทั้งหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ และเด็ก ๆ จะเตรียมดอกไม้ธูปเทียน ขันน้ำขมิ้นส้มป่อย ใส่พานหรือภาชนะใส่ของที่เรียกว่า “สลุง” เอาน้ำขมิ้นส้มป่อยใส่พานหรือสลุงไป “ทำการสระสรง” (สรงน้ำ) สักการบูชา ที่วัดเจดีย์หลวง
ในระหว่างการ “บูชาเสาอินทขิล” ชาวบ้านจะจัดให้มี ซอพื้นเมืองและมีช่างฟ้อนประเภท ฟ้อนหอก ฟ้อนดาบ เพื่อเป็นการสังเวยเทพยดาอารักษ์ “ผีเสื้อบ้าน” และ “ผีเสื้อเมือง” หรือที่ภาษาทางเหนือโบราณ เรียกกันว่า “เจนบ้านเจนเมือง”
การใส่ขันดอกไม้บูชาเสาอินทขิลนี้มีถึง 28 พานใหญ่ นับว่าเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ และยังมีขันดอกไม้บูชาท้าวทั้งสี่ คือ ท้าวจตุโลกบาลอีก 1 ที่ บูชารอบ ๆ เสาอินทขิล 8 แห่ง บูชาพระฤาษี 1 แห่ง บูชาตาปะขาวลั้วะ 1 แห่ง บูชาต้นไม้ยาง 1 แห่ง กุมภัณฑ์ 2 ตน ตนละแห่ง บูชาพระสังกัจจาย 2 แห่ง บูชาพระธาตุเจดีย์หลวง 1 แห่ง เสร็จจากใส่บาตรดอกไม้และบูชาดังกล่าวแล้ว ก็ไปสรงน้ำพระพุทธรูปฝนแสนห่า เพื่อขอบันดาลให้ฝนตกตลอดฤดู และบูชาพระอัฎฐารสภายในพระวิหารเพื่อความเป็นสิริมงคลกับตนและครอบครัว
เป็นประเพณีบูชาเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีชื่อว่าเสาอินทขิล เสาหลักเมืองเดิมมีมาตั้งแต่เมื่อครั้งสร้างเมืองเชียงใหม่ และประดิษฐานที่วัดสะดือเมือง
เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีชื่อว่าเสาอินทขิล เสานี้ก่อด้วยอิฐถือปูน แต่เดิมอยู่ที่วัดสะดือเมือง (หรือวัดอินทขิล) ซึ่งเป็นที่ตั้งหอประชุมติโลกราชข้างศาลากลางหลังเก่า ต่อมาได้เสื่อมสภาพไป พระยากาวิละซึ่งได้ฟื้นฟูประเพณีอินทขิลขึ้นใหม่ จึงได้สร้างและย้ายเสาอินทขิลมาประดิษฐานไว้ ณไว้ที่วัดเจดีย์หลวงจนถึงปัจจุบันนี้ ชาวเชียงใหม่ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอย่างหนึ่ง
ภายในงานนอกจากจะมีการบูชาเสาอินทขิลแล้ว ในบริเวณงานยังมีการ ขายของ ของกลุ่มบ้าน หรือ OTOP และของกินอยู่บริเวณโดยรอบวัด
เทศบาลนครเชียงใหม่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามของ ชาวล้านนาจึงได้กำหนดจัดงานประเพณีบูชาเสาอินทขิล (ใส่ขันดอก) ซึ่งเสาหลักเมืองหรือเสาอินทขิลปัจจุบันตั้งอยู่ที่กลางวิหารจัตุรมุขแบบ ล้านนาประยุกต์ในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เสาหลักเมืองนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนใน บ้านเมือง ให้เกิดพลังสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายใต้ศีลธรรมคำสอนของพระพุทธ ศาสนา ประเพณีบูชาเสาอินทขิลเป็นการสร้างความพึงพอใจให้แก่อารักขเทวดาประจำเมือง เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความร่มเย็นฝนตกต้องตามฤดูกาล
กิจกรรมภายในงาน นอกจากพิธีการใส่ขันดอกเพื่อแสดงความเคารพสักการะแก่เสาหลักเมือง (เสาอินทขิล) กุมภัณฑ์ ฤาษี และพระรัตนตรัย แล้วยังจัดให้มีการสรงน้ำ สักการบูชาพระพุทธรูปฝนแสนห่าและสรงน้ำพระเจดีย์หลวง และมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนาทุกวัน เพื่อเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ความเชื่อ และวัฒนธรรมอันดีงามของชาวล้านนาให้คงอยู่สืบไป
วันออกอินทขิล ได้กำหนดให้มีการถวายภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์ จำนวน 108 รูปจึงขอเชิญชวนท่านผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพจัดอาหารคาว ? หวาน ข้าวหม้อ แกงหม้อ ผลไม้ ขนมหวาน และน้ำดื่ม โดยนำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ ได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
การเดินทางมายังประเพณีเข้าอินทขินวัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่
ประเพณีเข้าอินทขิน จัดขึ้นที่ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ บริเวณกลางอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ การเดินทางสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือจะใช้บริการของรถรับจ้างต่างๆ มายังสถานที่จัดงานก็ได้

