เยือนสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด
เกาะช้าง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศแวะเวียนเข้ามาท่องเที่ยว มีจุดท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะช้างมากมาย มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเช่น น้ำตก ระบบนิเวศ หาดทรายริมทะเล ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านแบบดั้งเดิม
ที่พักบนเกาะช้างมีมากมายไว้ให้คอยบริการ และมีผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะช้างมากมายเพื่อที่จะนำเราเที่ยว ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ขี่ช้างท่องไพร ล่องเรือ ตกปลา ไดหมึก หรือพักโฮมสเตย์กับหมู่บ้านชาวประมง
เกาะช้าง ตั้งอยู่ในทะเลอ่าวไทย เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทยลองจาก เกาะภูเก็ต และเกาะสมุย สภาพอากาศของเกาะช้างนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวได้เกือบตลอดทั้งปี เกาะช้าง เป็นหนึ่งใน
หมู่เกาะช้าง ที่มี เกาะใหญ่น้อยอยู่ทางฝั่งทะเลอ่าวไทยกว่า 40 เกาะ เช่น เกาะช้างน้อย เกาะคลุ้ม เกาะหวาย เกาะเหลายา เกาะไม้ซี้ เกาะรัง และอื่นๆ อีกมากมายซึ่งคงยังจะไม่กล่าวถึงในบทความครั้งนี้ ไว้มีโอกาศครั้งหน้าน่ะครับ
เกาะช้างตั้งอยู่ในอาณาเขตของจังหวัดตราด ตั้งอยู่ในเขตแหลมงอบ ในทะเลฝั่วอ่าวไทย เรียบชายหาดของจังหวัดตราด รวมกับเกาะอื่นๆ เกาะช้างมีพื้นที่กว่า 268,125 ไร่ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลอ่าวไทย เกาะช้าง ประกอบด้วย 8 หมู่บ้าน คือ สลักเพชร สลักคอก เจ้กแบ้ บ้านด่านใหม่ คลองสน คลองพร้าว คลองนนทรี และบ้านบางเบ้า อาศัยกันอยู่บนเกาะ
ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ของเกาะช้างจะเป็นเขาสูงมีผาหินสลับซับซ้อน ยอดเขาที่สูงที่สุด ได้แก่ ยอดเขาสลักเพชร สูงถึง 744 เมตร รองลงมา ได้แก่ เขาจอมปราสาท และเขาหอม ซึ่งภูเขาเหล่านี้มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เกิดน้ำตก ลำธารหลายสาย ชายหาดสวย มีอยู่มากมาย ตามชายฝั่งตะวันตก ที่ดังๆ หน่อยก็ได้แก่ หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว อ่าวคลองสน หาดไก่แบ้ อ่าวใบลาน น้ำตกธารมะยม หาดบางเบ้า บ้านสลักคอก น้ำตกคลองพลู น้ำตกคลองนนทรี อ่าวสลักเพชร – บ้านสลักเพชร บ้านโรงถ่าน น้ำตกคีรีเพชร บริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง
การเดินทางไปเที่ยวที่เกาะช้าง จังหวัดตราด
การเดินทางไปยังอำเภอเกาะช้างจังหวัดตราด ต้องเดินทางด้วยเรือข้ามฟาก มีให้บริการหลายแบบ มีทั้งเรือเร็ว เรือยนต์?เรือประมง และเรือเฟอร์รี่ ถ้าต้องการนำรถไปที่เกาะช้างก็ใช้บริการเรือเฟอร์รี่ โดยเดินทางออกจกาอำเภอเมืองตราด ใช้เส้นทางหมายเลข 3148 ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร จนถึงอำเภอแหลมงอบ เดินทางต่อไปยังท่าเรือแหลมงอบ อัตตราค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 120 บาทต่อคนเดินทางไปกลับ รถยนต์ทั่วไปราคาประมาณ 200 บาทเดินทางไปกลับต่อคัน

